แม้เราจะไม่เจอการล็อกดาวน์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่สถานการณ์แบบนี้ก็คงยังไม่น่าไว้วางใจ หลายบริษัทจึงยังมีมาตรการให้ Work from home หรือสถาบันการศึกษาก็ยังให้เรียนออนไลน์เป็นหลักอยู่ อีกทั้งหลายคนก็ไม่อยากออกไปไหนเพราะไม่อยากเพิ่มความเสี่ยงให้ตัวเองอีก เรียกได้ว่าจำเป็นต้องอยู่ติดบ้านเพราะสถานการณ์บังคับเลยก็ว่าได้ ทว่าการอยู่บ้านนาน ๆ ก็เครียด เหงา และรู้สึกไหมคะว่าบางทีก็มีอาการสมองล้า เบลอหนักกว่าปกติ ซึ่งภาวะนี้เรียกว่า Lockdown Brain Fog ที่เป็นกันทั่วโลกเลยล่ะ

สาเหตุของ Lockdown Brain Fog เกิดจาก 3 ปัจจัยด้วยกัน คือ

1. การขาดสังคม ขาดการติดต่อสื่อสาร

2. การถูกจำกัดบริเวณ อยู่ในสภาพแวดล้อมเดิม ๆ ไม่ได้ออกไปไหนมาไหนเหมือนปกติ

3. ความเหงาจากการอยู่ตัวคนเดียว ทำแต่สิ่งเดิม ๆ ซ้ำไปซ้ำมา

ซึ่งในทางการแพทย์เชื่อว่า ปัจจัยทั้งหมดนี้ส่งผลกระทบกับสุขภาพกายและสุขภาพใจของมนุษย์เรา ทั้งยังส่งผลต่อการทำงานของสมองด้านทักษะการจัดการ (Cognitive) และความจำ (Memory) พอสมควร และอาจเป็นการเพิ่มความเสี่ยงโรคสมองเสื่อมหรืออัลไซเมอร์ได้ เนื่องจากมนุษย์เป็นสัตว์สังคม จำเป็นต้องมีการติดต่อสื่อสาร พูดคุย เพื่อสร้างเสริมทักษะ กระบวนการคิดวิเคราะห์ต่าง ๆ นั่นเอง

นอกจากนี้งานวิจัยเล็ก ๆ ของสกอตแลนด์ ก็ได้ศึกษากลุ่มตัวอย่างจำนวน 342 คน ในช่วงอายุตั้งแต่ 18-72 ปี ที่ถูกล็อกดาวน์และต้องอยู่ที่บ้านนาน ๆ เพื่อดูว่าการทำงานของสมองเปลี่ยนไปหรือไม่อย่างไร ซึ่งจากการศึกษาก็พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีความสามารถของสมองถดถอยลงไปจริง ๆ แต่เมื่อมาตรการผ่อนคลาย ได้ออกไปใช้ชีวิตตามปกติมากขึ้น การทำงานของสมองก็ค่อย ๆ กลับมาเป็นปกติได้