สืบเนื่องจากการที่สำนักงานศุลกากรกลางแห่งชาติของจีน ประกาศเมื่อวันอาทิตย์ ระงับการนำเข้าน้อยหน่าและชมพู่จากไต้หวัน “อย่างไม่มีกำหนด” นับตั้งแต่วันที่ 20 ก.ย.นี้ เนื่องจากนับตั้งแต่เข้าสู่ปี 2564 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจพบการปนเปื้อนของเพลี้ยแป้งหลายต่อหลายครั้ง ในผลไม้ทั้งสองชนิดที่ส่งออกมาจากไต้หวัน

นายเฉิน จี๋-จ้ง ประธานคณะมนตรีเกษตรแห่งไต้หวัน ซึ่งมีฐานะเทียบเท่า รมว.เกษตร แถลงว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่รัฐบาลไทเป “ไม่สามารถรับได้” เนื่องจากรัฐบาลปักกิ่งดำเนินการเพียงฝ่ายเดียว โดยปราศจากหลักฐานอ้างอิงชัดเจนทางวิทยาศาสตร์ ขณะที่เพิ่งมีการแจ้งให้ไต้หวันรับทราบล่วงหน้าเพียงไม่กี่ชั่วโมง ยิ่งไปกว่านั้น มาตรการของจีนเกิดขึ้นในช่วงใกล้ถึงเทศกาลไหว้พระจันทร์ ที่ประชาชนจะจับจ่ายซื้อสินค้า รวมถึงผลไม้ เพื่อการประกอบพิธีบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์

ทั้งนี้ ไต้หวันยังคงพร้อมเจรจากับรัฐบาลปักกิ่ง แต่หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลง หรืออย่างน้อยมีการเห็นชอบในหลักการร่วมกันได้ ก่อนวันที่ 30 ก.ย.นี้ รัฐบาลไทเปจะยื่นเรื่องต่อองค์การการค้าโลก ( ดับเบิลยูทีโอ ) ให้เข้ามาเป็นผู้ไกล่เกลี่ย

อนึ่ง สถานการณ์นี้ไม่ใช่ครั้งแรก ที่จีนระงับการนำเข้าผลไม้บางชนิดจากไต้หวัน แม้เป็นประเทศผู้รับซื้อรายใหญ่ที่สุด ย้อนกลับไปเมื่อเดือน ก.พ.ปีนี้ รัฐบาลปักกิ่งระงับการนำเข้าสับปะรดจากไต้หวัน “ด้วยเหตุผลเกี่ยวกับความปลอดภัยทางชีวภาพ” โดยยืนยันว่า “ไม่มีประเด็นทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง” ด้านทางการไต้หวันยืนยันความปลอดภัยและความสะอาดของผลไม้ทุกชนิดที่มีการส่งออก และจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ ซึ่งได้รับผลกระทบ และรับซื้อผลผลิตเป็นจำนวนมาก